ถ้าคุณทำ 5 ข้อนี้ได้ คุณเป็นคน “โคตรมีความสุข” ที่สุดแล้ว

16 August 2018 | Uncategorized
Loading...

1. Let it go…

อะไรผ่านแล้วให้ผ่านไป อย่าจมปลักกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว จบไปแล้ว ทิ้งเป็น “อดีต” ไปเลย เราต้องอยู่กับปัจจุบัน จะได้ทำอนาคตให้ดีที่สุด ทุกวินาทีที่เราจมอยู่กับอดีต เราแค่ “หายใจ” เราไม่ได้ ใช้ชีวิต

2. Get a move on…

ก้าวต่อไปข้างหน้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะผิดหวัง จะเจ็บปวด จะสูญเสีย เราต้องก้าวต่อไปข้างหน้าได้เลยทันที ไม่มีเสียเวลาคร่ำครวญ ไม่ “แคร์” อะไรทั้งนั้น มุ่งไปที่สิ่งที่เราต้องการในชีวิต ต้องไม่มีอะไร “หยุด” หรือ “ขวางหน้า” เราได้

Loading...

3. Follow your heart…

ทำตามหัวใจเรียกร้อง อยากเป็นแบบไหน อยากไปที่ไหน ไป อยากทำอะไร ทำ ไม่มีใครบอกว่า “ง่าย” ที่จะทำทุกอย่างที่เราต้องการ แต่จุดเริ่มต้นคือ “ตัดสินใจ” เรามีอิสระ ไม่มีอะไรกักขังเราได้ นอกจาก “เงื่อนไข” และ “ขีดจำกัด” ที่เราสร้างให้ตัวเอง

4. Think positive…

เชื่อมโยงทุกอย่างกับความคิดบวก ทุกเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้น ล้วนเอาความคิดบวกมาเชื่อมโยงได้ หาเหตุผลที่ทำให้เรา “ขอบคุณ” ที่มันเกิดขึ้น มองให้ทะลุถึง “สิ่งที่ดีที่สุด” ที่เราจะเรียนรู้จากมันได้ อย่าเอาแต่เชื่อมโยงกับความคิดลบ จะทำให้เรา “ตาบอด” ต่อความสวยงามของชีวิต

5. Carelessness

ไม่แคร์อะไรที่ไม่จำเป็น คนจะมองเรายังไง จะคิดว่าเราเป็นยังไง จะพูดถึงเรายังไง จะวิจารณ์การใช้ชีวิตของเรายังไง ไม่จำเป็นต้อง “แคร์” เพราะชีวิตเป็นของเรา ชีวิตที่ “สั้น” เกินกว่าเราจะไม่ทำอะไรที่มีความสุข
จำไว้ ! ใช้ชีวิตให้เป็น “ของขวัญ” ไม่ใช่ใช้มัน “ลงโทษตัวเอง”

ทำเถอะครับแล้วจะ “โคตรมีความสุข” ที่สุดแล้ว

ความสุขที่แท้จริง…..ตามหลักท่านพุทธทาสภิกขุ

ความสุขที่แท้จริง หมายถึงความสุขที่ไม่หลอกลวง ความสุขที่หลอกลวงนั้นเป็นของกิเลสของความโง่ ถ้าคนเรามีความโง่ ก็ต้องไปหลงเอายึดของที่ไม่ใช่ความสุขมาเป็นความสุขของเราเสมอ แบบนี้เขาเรียกกันมาตั้งแต่โบราณว่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัว กรณีเช่นนี้มีอยู่เป็นอันมาก คนที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัวแล้วก็ย่อมจะวินาศ เกิดความลุ่มหลงนักๆ เข้าจนกลายเป็นเหยื่อของกิเลสตัณหาเหล่านั้นจนหมดเนื้อหมดตัว เป็นข้าราชการก็ต้องคนโกงคอร์รัปชัน ทำได้ไม่เท่าไรก็ต้องได้รับผลของความคดโกงนั้นเสมอไป

ความสุขที่แท้นั้นมักชนไปในทางสงบร่มเย็น ส่วนความเพลิดเพลินหลงใหลนั้นมักนำไปสู่ความร้อน ดังนั้นความสุขที่แท้จริงต้องมาจากความพอใจที่แท้จริง และความพอใจนั้นก็ต้องมาจากการทำหน้าที่ที่ถูกต้อง ซึ่งไม่ทำอันตรายแก่ใคร อีกทั้งยังเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายและทุกคน ถ้าอย่างนี้ถึงจะเรียกได้ว่าถูกต้อง

คำสำคัญในที่นี้คือ “ถูกต้องและพอใจ” ซึ่งต้องทำให้เกิดขึ้นอยู่เสมอในทุกขณะจิต ไม่ว่าจะเป็นขณะที่ทำงาน ขณะที่กลับบ้าน ขณะกินข้าว ฯลฯ ถ้ามันมีความถูกต้องและพอใจเกิดขึ้นแล้ว ก็จะกลายเป็นความสุขที่ถูกต้อง ที่ควรพอใจ แล้วก็จะเป็นความสุขที่แท้จริง

“เมื่อเรารู้สึกว่าถูกต้องและพอใจ นั่นแหละคือสวรรค์”

การทำด้วยความรู้สึกว่าถูกต้องและพอใจจนกว่าจะถึงเวลาพักผ่อนนอนหลับ ก่อนจะนอนหลับก็ใคร่ครวญดูว่า โอ้ ตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้ก็ถูกต้องและพอใจ แล้วก็ยกมือไหว้ตัวเองได้ นั่นคือสวรรรค์ ทุกคนอาจไม่เคยรู้ว่าสวรรค์ที่แท้จริงนั้นคือเมื่อยกมือไหว้ตัวเองได้ มองเห็นแต่ความถูกต้องของตัวเอง จนยกมือไหว้ตัวเองได้ นั่นคือสวรรค์ที่แท้จริง ไม่ใช่สวรรค์หลอกๆ อย่างที่เขาหลอกให้หลงมัวเมา

แล้วถ้าเป็นนรกล่ะ ก็คือเมื่อเกลียดตัวเอง เมื่อชังน้ำหน้าตัวเองใครก็ตามที่ทำอะไรชนิดที่มองดูแล้วมันเกลียดตัวเอง นับถือตัวเองไม่ได้ เคารพตัวเองไม่ได้ นั่นน่ะคือนรก จะสวรรค์ที่แท้จริงหรือนรกที่แท้จริงนั้นก็เกิดขึ้นได้ที่นั่นและเดี๋ยวนั้นเช่นกัน

ถ้าจะพูดโดยสรุปแล้ว เราจงทำให้ทุกอย่างถูกต้อง ทุกอิริยาบถ ทุกนาที ทุกที่ ทุกเวลา ทุกหน และทุกแห่ง แล้วก็อยู่ด้วยความพอใจชนิดนี้ จนสามารถยกมือไหว้ตัวเองได้ นี่คือสวรรค์ที่แท้จริงเป็นความสุขที่แท้ตลอดวันตลอดคืน

ถ้าเป็นความสุขที่แท้จริงอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินเลย ถ้าเป็นความสุขที่หลอกลวงแล้วล่ะก็ต้องใช้เงินมาก ยิ่งหลอกลวงมากก็ยิ่งใช้เงินมาก

‘เพอร์เฟตค์’ ข้างนอก คือ ‘ความสุขที่จอมปลอม’

‘เพอร์เฟคต์’ ข้างใน คือ ‘ความสุขที่แท้จริง’ !

6 ข้อ สมดุลชีวิตให้แข็งแรง สุขภาพดี และมีความสุข

ยุคสมัยนี้เราจะเห็น ใครๆ ต่างอัพรูป ในสื่อโซเชียลต่างๆ ว่า ตัวเอง หุ่นสวย สุขภาพดี มีไลฟ์สไตล์ที่ดี

ทำไมต้องให้ดูดี?

ก็เพราะ เพื่อเพิ่มโอกาสทางสังคมและทางธุรกิจ การจะมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีเพียงอย่างเดียว ก็คงไม่เพียงพอ เพราะการมีสุขภาพที่ดีและดูดีจากภายในนั้น เป็นหัวใจสำคัญ ของการสร้างความสมดุล จะทำให้คุณเป็นคนมีเสน่ห์

เมื่อสุขภาพภายในดูดี สุขภาพภายนอกก็จะดูดีมีออร่าตามไปด้วย

วันนี้ ใครที่ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ก็จะรู้ดีว่า เมื่ออายุมากขึ้น ก็จะมีคนทักว่าเราเด็กลง ก็ขอให้ทำต่อไป แต่ถ้าเกิดคนที่ขึ้นวัยเลข 3 แล้ว ยังไม่ทำอะไรเลย ยังไม่สายค่ะ วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เริ่มต้นดูแลสุขภาพ เพราะคำว่าสุขภาพดี ไม่มีคำว่าสาย รับรองว่าถูกวิธี นี้ สามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้และไม่ต้องเสียสตางค์ แม้แต่บาทเดียว

ดื่มน้ำให้พอเพียง

ในแต่ละวัน ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการต่อวันอยู่ที่ 8 แก้ว หรือประมาณ 1 ลิตรครึ่ง ถ้าหากคุณ ดื่มน้ำได้ตามนี้ จะช่วยระบบการไหลเวียนโลหิต การทำงานของหัวใจ และระบบไตจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นที่สำคัญ ช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกาย เป็นการลดความอ้วน โดยไม่ต้องเสียสตางค์ไปเข้าคอร์ส ลดน้ำหนัก หรือ ต้องไปจ่ายให้กับยาลดความอ้วน และสาวๆที่ดื่มน้ำเพียงพอจะทำให้ผิวสวยชุ่มชื่นเต่งตึงสดใสจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง

กินให้ครบมื้อ เลือกให้ครบหมู่

เคยได้ยินกันไหมคะ ว่าการทานอาหาร คือ กุญแจสำคัญของหุ่นสวย การรับประทานอาหารให้ตรงเวลาทั้ง 3 มื้อ เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะอาหารเช้า จะทำให้เรา มีทั้งกำลังกายและกำลังสมองในการทำภารกิจต่างๆตลอดทั้งวัน ส่วนมื้อเย็นน่ะหรือ ให้เลือกทานแบบเบาๆ หรือเลือกทานแบบ low คาร์โบไฮเดรต ไม่เน้นแป้งจะดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญคือการรับประทานให้ครบ 5 หมู่ และอย่าลืมเสริมผักผลไม้ 5 สีเพื่อให้ได้สารอาหารอย่างครบถ้วน ตามที่ร่างกายต้องการ

เลือกการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณ

ออกกำลังกาย กันเถอะ เลือกมาซักอย่างนึงที่คุณชอบและไม่ฝืนใจทำ สาว ๆ อาจจะเลือกโยคะ แอโรบิค พิลาทิสหรือจะมาปั่นจักรยาน หรือมาวิ่งแบบพี่ตูน ก็กำลังฮิต ส่วนคุณผู้ชายจะเลือกเล่นฟุตบอลหรือกีฬาโปรดต่างๆ รวมถึงฟิตเนส วิ่งว่ายน้ำ คุณก็ทำได้ ทั้งหมดนี้ถ้าคุณทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 45 นาที คุณจะได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ปอด หัวใจ และ ได้ลดน้ำหนักไปด้วย เรียกว่านอกจากร่างกายจะแข็งแรงแล้ว การออกกำลังได้ความสดชื่น กระปี้กระเปร่าเป็นของแถมอีกด้วย

พักผ่อนให้เพียงพอ

ทำงานเหนื่อยแล้วเราก็อยากจะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ไปปาร์ตี้กันสักแป๊บแทนที่จะตรงกับไปบ้านพักเลย ถ้าคุณทำแบบนี้จนเป็นกิจวัตร รับรองได้ว่าร่างกายคุณจะทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะการนอนหลับให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมงเป็นเรื่องสำคัญจะช่วยทำให้คุณอ่อนเยาว์ เริ่มต้นวันใหม่อย่างแจ่มใส พร้อมรับกับภารกิจหลากหลาย ได้อย่างสดชื่นตลอดวัน

อย่าลืมความสุขของครอบครัว

งานไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในโลก เพราะเมื่อถึงเวลาที่คุณหมดวัยทำงานแล้ว คุณก็ต้องกลับมาอยู่กับคนรอบตัวอยู่ดี ดังนั้น คนที่รอคุณอยู่ที่บ้านต่างหากที่คุณควรทุ่มเทใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ ลูกน้อยน่ารัก ญาติผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ภรรยาสามีของเรา ที่จะทำให้เรามีพลังใจเดินต่อได้ในทุกวัน เพราะพวกเขา คือ คนสำคัญ ที่เราต้องให้เวลาดูแลเช่นกัน

อย่าปล่อยให้ สังคมเสมือนจริง หรือโลกโซเชียล ขโมยเวลาระหว่างคุณ กับคนที่คุณรัก ด้วยการที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ คุยกับใครก็ไม่รู้ มีแต่ความสุขใจ กับการที่ได้ยอดไลค์จนลืมไปว่า คนข้างๆ เขาก็ให้ความสุขคุณได้ สัมพันธภาพในชีวิตจริงย่อมสำคัญกว่าโลกเสมือน ที่ใครต่อใครก็ไม่รู้มากดไลค์

คุณลองไปนับเวลาดูดีๆ ว่าวันหนึ่ง เวลาคุณหาย ไปกับโลกโซเชียลกี่ชั่วโมง ยกตัวอย่างผู้เขียนบทความเอง เคยลองนับเวลา กับการเล่น ในโลกโซเชียล ทั้ง Facebook YouTube เว็บไซต์ และ สื่อโซเชียลอื่นๆ ภายใน 1 อาทิตย์ ถึงกับตกใจ ว่า เราใช้เวลาไป ถึง 20 ชั่วโมง ถ้าหากเราลองเปลี่ยน 20 ชั่วโมงนี้เป็นการทำงาน หรือ เป็นการอยู่กับคนที่เรารักล่ะ มันจะดีกว่าไหม

ทำจิตใจให้แจ่มใสเข้าไว้

สภาพสังคมยุคปัจจุบันนี้ ก่อให้เกิดความเครียดเป็นอย่างมาก ซึ่งสุขภาพจิต ก็ส่งผลกับสุขภาพกายด้วยคุณควรหาเวลาลดความเครียด ด้วยการทำกิจกรรมที่ชอบ อยู่กับตัวเองคนเดียว  ท่องเที่ยว ออกกำลังกาย หางานอดิเรกที่ทำแล้วเพลิดเพลิน อีกวิธีหนึ่ง ที่ได้ผลเร็ว คือการนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรมดู เพื่อให้จิตใจสงบแจ่มใสทำให้คุณมีพลังบวกในการรับมือกับสิ่งต่างๆได้

ผลดีของการนั่งสมาธิ ขอยกตัวอย่างฝรั่งที่ลองนั่งสมาธิครบ 100 วัน เขาพบว่า มี พลังบวก และสามารถปรับแก้นิสัยที่ไม่ดี ของเขา แบบถอนรากถอนโคนได้

1. ชีวิตมีความเป็นระเบียบ

ยิ่งสมองปลอดโปร่ง ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ มีการจัดระเบียบความคิด มีสมาธิกับการทำงาน และพร้อมที่จะก้าวสู่งานชิ้นต่อไปได้ง่ายขึ้น

2. เริ่มรู้จักคิดก่อนพูด

คำพูดเป็นสิ่งที่หากพูดออกไปแล้ว ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ หากคุณเป็นคนหรือพูดทันทีที่ความคิดนั้นปรากฏขึ้นมาในหัว คุณอาจจะเคยพบว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ส่งผลดีกับตัวคุณนัก การนั่งสมาธิจะทำให้คุณเป็นคนที่หยุดคิดก่อนว่าจะพูด คิดแล้วค่อยตอบกลับไปอย่างระมัดระวัง การหยุดคิดจะช่วยให้เรียบเรียงคำพูดได้ชัดเจน และเมื่อพูดออกไปแล้วรู้ว่าต้องกลับมาทบทวนว่าสิ่งที่พูดไปนั้นดีพอหรือยัง หรือคราวหน้ายังสามารถทำได้ดีกว่านี้อีกไหม

3. สุภาพและรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

การนั่งสมาธิจะทำให้คุณกลายเป็นคนขี้รำคาญน้อยลง อดทนมากขึ้น เช่น ไม่เบื่อกับการต้องเข้าคิวนานๆ เริ่มมองสถานการณ์ต่างๆในมุมมองของคนอื่น ด้วยวิธีนี้เองจะทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่กระทำต่อคนอื่นได้

4. มีพลัง

การนั่งสมาธิจะทำให้คุณสามารถนอนหลับได้สนิทกว่าเดิมและตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นมีพลังพร้อมเริ่มวันใหม่

5. รู้จักเลือกรับประทานอาหารได้ดีขึ้น

คุณจะตัดสินใจได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านอาหาร และถามตัวเองก่อนเสมอว่าอาหารนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายของมากน้อยแค่ไหน

6. ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

สมาธิจะทำให้คุณเริ่มรู้จักหยุดสังเกตและชื่นชมกับความสวยงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือพระอาทิตย์ตกดิน

7. เลือกเสพสื่อที่มีประโยชน์มากขึ้น

ความปรารถนาในการดูโทรทัศน์หรือเล่นอินเทอร์เนตของคุณจะลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ แต่จะมีสมาธิกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น เช่น การอ่านหนังสือ การออกกำลังกาย การออกไปพบปะเพื่อนฝูง หรือการทำงานบนเว็บไซต์ของตัวเอง

และนี่คือการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่เริ่มนั่งสมาธิ การฝึกสมาธิจะทำให้คุณเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น ใจเย็นขึ้น มีเหตุผลขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

Loading...

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " ถ้าคุณทำ 5 ข้อนี้ได้ คุณเป็นคน “โคตรมีความสุข” ที่สุดแล้ว "