หน้าแรก บล็อก หน้า 3

สุดสลด ! พ่อ-แม่ใช้เวลา 16 วัน “อุ้มลูก” เดินเล่นใช้ชีวิตเป็นปกติ ที่ไหนได้เด็กกลับ…!?

0

สุดสลด ! พ่อ-แม่ใช้เวลา 16 วัน “อุ้มลูก” เดินเล่นใช้ชีวิตปกติ ที่ไหนได้เด็กกลับ…!?

คู่รักหลายคู่พยายามอย่างหนักเพื่อมีทายาทแต่บ่อยครั้งที่ความพยายามเหล่านั้นไม่เป็นผลสำเร็จ และนำความเศร้าเสียใจมาสู่ครอบครัว เช่นเดียวกับหญิงสาวรายนี้ ที่เธอและสามีตั้งตารอวันที่ลูกน้อยคลอดออกมาพร้อมกับเตรียมการทุกอย่างเพื่อเป็นพ่อและแม่ที่ดีเพื่อที่จะมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่เรื่องราวกลับจบลงอย่างใจสลาย และเหตุการณ์หลังจากการตายของเด็กน้อย

Charlotte Szakacs (ชาล์ล็อตต์ ซาคาคส์) อายุ 21 และแฟนหนุ่ม Attila (แอททิลา) อายุ 28 ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันและเตรียมพร้อมสำหรับการมีครอบครัวหลังจากเธอตั้งครรภ์ลูกน้อย และให้กำเนิดเธอโดยให้ชื่อว่า Evlyn (อีฟลิน)

ก่อนที่หนูน้อยจะคลอดแพทย์แจ้งว่า “ลูกของเธออาจจะคลอดมาด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรงนัก” และก็เป็นไปตามคาดเมื่อเธอคลอดด้วยสภาวะของสมองพัฒนาช้ากว่าเกณฑ์ ทำให้ร่างกายมีพัฒนาการไม่ปกติ รวมถึงอวัยวะภายในที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ อีฟลิน ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

พวกเขาซึ่งไม่อาจจะทำใจรับความจริงแสนโหดร้ายนี้ได้ กับการได้อุ้มลูกแค่วันละไม่กี่ชั่วโมง และการพบเจอกันผ่านตู้กระจกในห้องปลอดเชื้อ รวมถึงการที่อาการของเด็กไม่ดีขึ้น และอาจจะเสียชีวิตในเวลาไม่นาน

ท้ายที่สุด หลังจากความพยายามยื้อชีวิตไม่เป็นผล เธอและทีมแพทย์ได้ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งเธอกล่าวว่า “อีฟลินไม่แม้แต่จะพยายามหายใจเฮือกสุดท้าย เธออ่อนแอมาก ถึงขนาดที่ไม่มีแรงหายใจ และจากไปในอกฉัน”

ก่อนที่จะต้องนำร่างของเธอไปประกอบพิธี เธอและสามีได้ทำการร้องขอ “พาร่างของลูกกลับบ้าน” เพื่อมาใช้ชีวิตครอบครัวที่ทั้งคู่เฝ้ารอมาแรมปี โดยความช่วยเหลือของแพทย์ทำใหร่างของหนูน้อยแข็งตัวและเตรียมความพร้อมสู่การ “กลับบ้าน” ซึ่งพวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกัน 16 วัน ทั้งการนอนกอดกัน กล่อมนอน เดินเล่น ถ่ายรูปเซลฟี่ และพูดคุยกับศพ ราวกับอีฟลินยังมีชีวิตอยู่

เมื่อเวลาของครอบครัวหมดลง ร่างของหนูน้อยถูกนำมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและหลับไปตลอดกาล ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะบ่อยครั้งที่ครอบครัวได้ร้องขอร่างไร้วิญญาณของลูกน้อย เพื่อกลับไปใช้ชีวิตครอบครัว เพื่อเยียวยาบาดแผลทางใจจากการสูญเสียลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย

ข้อมูลและภาพจาก baabin

ผู้ชายโคตรแมน!!! เปิดข้อความแรกจากไวท์ถึงสอดอ หลังประกาศเลิกชัดเจน ผู้ชายเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง

0

เรียกได้ว่าเป็นข่าวช็อควงการเน็ตไอดอลเลย! สำหรับข่าวการเลิกรากันของ ไวท์ และ สอดอ หรือ เส้นด้าย พิมพ์ลดา ล่าสุด! ฝ่ายชายเคลื่อนไหวแล้ว และบอกเลยว่า ผู้ชายโคตรแมน! เปิดข้อความแรกจากไวท์ถึงสอดอ

และ ผู้ชายโคตรแมน! เปิดข้อความแรกจากไวท์ถึงสอดอ หลังจากที่ เส้นด้าย พิมพ์ลดา เผยข้อความถึง ไวท์ ว่า “สวัสดีนี่ก็ปีใหม่แล้ว… 2018 เราอยากจะส่งคำอวยพรสุดท้ายนี้ให้กับคุณ เราได้เดินทางนานมาเกินคาดแล้ว เรารู้ว่าคุณรักเรามาก แต่รักอย่างเดียวมันคงไม่พอต้องรักคนรอบข้างเราด้วย เมื่อความต้องการของเราต่างกัน และวันนี้เราได้แยกทางไปของกันและกัน ขอให้ต่างคนต่างโชคดี และเจอคนดีดี ที่พร้อมกว่านี้ เราไปล่ะ #เลิกกันเถอะ” แต่ทางฝั่งของ ไวท์ ขอปิดปากเงียบ และจนนาทีสุดท้ายก็ยังคงมีแต่สิ่งดี ๆ ให้สอดอเสมอ!

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

IG @white8z

ขอบคุณที่มา : https://social.jarm.com/view/104620?onair

ซาบซึ้งใจ!!!ตั้งแต่คืนแรกที่เข้าหอ แม่สามีก็แอบเข้ามาในห้องทุกคืน วันนึงเธอแกล้งหลับถึงรู้ “ความจริง” ที่ทำให้น้ำตาไหลพราก!!

0

เรากับสามีคบกันมากว่าสองปีแล้ว ก่อนแต่งงานเราขอให้เขาซื้อรถซื้อบ้านก่อนจึงค่อยแต่ง เรายืนกรานจะไม่อยู่บ้านเดียวกับแม่เขาเป็นเด็ดขาด เหตุผลก็เพราะ:
1. เขาเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว เราไม่อยากต้องทะเลาะกับแม่ของเขาทุกวัน
2. แม่ของเขาเป็นโสด ได้ยินมาว่าเธออยากแต่งงานใหม่
3. ได้ยินมาว่าเป็นเขาเป็นคนที่สะอาดเนี๊ยบมาก

สามีไม่ว่าอะไรก็ซื้อรถตามที่เราขอ และเพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคตข้างหน้า เราก็เลยขอให้รถเป็นชื่อเรา เขาก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ยอมซื้อบ้านสักที ซึ่งดูจากฐานะทางบ้านของเขาแล้ว การซื้อบ้านไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร เราก็เลยคิดว่าเขาคงรักเราไม่มากพอหรือเปล่า?

แต่เราได้ตั้งท้องเสียก่อน แม่สามีก็ใจดีพาเราไปตรวจ ค่าใช้จ่ายแกก็เป็นคนออกให้ทั้งหมด เรารู้ว่า ปกติแล้วก่อนแต่งงานแม่ผัวจะดีกับลูกสะใภ้ โดยเฉพาะตอนที่แกรู้ว่าเราตั้งท้องลูกของลูกชายแก แต่นี่ไม่สามารถห้ามไม่ให้เรากับลูกชายแกย้ายออกมาอยู่กันเองได้หรอก ก่อนแต่งงานเราขอร้องสามีอีกครั้งให้ซื้อบ้าน

แล้วเขาก็รับปาก จากนั้นก็พาเราไปดูบ้าน แต่คนกำลังท้องให้ไปเดินดูอะไรแบบนี้มันทรมานเกินไป เราก็เลยยอมให้สามีไปเลือกบ้านเองคนเดียว จากนั้นเราก็จัดงานแต่งงานกัน วันแต่งงานเราเห็นแม่สามีน้ำตาไหล เราคิดในใจว่าแกคงเสียดายลูกชาย โชคดีที่ไม่ต้องอยู่บ้านเดียวกัน ไม่งั้นวัน ๆ ต้องมาแย่งสามีเราไปแน่ ๆ

สามีบอกว่าคืนหลังแต่งงานต้องอยู่บ้านเก่าของเขาก่อน พอตกกลางคืนทุกคนก็พากันหลับไปหมด เรานอนไม่หลับก็เลยเล่นมือถือ แล้วอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงประตูเปิด เรารีบปิดโทรศัพท์ แล้วแสร้งทำเป็นว่านอนหลับแล้ว แม่สามีเข้ามาในห้องนอนพวกเรากลางดึกจริงๆ!

ฉันรับรู้ได้ว่าแกเดินอยู่ข้างเตียง 2-3 ก้าว แล้วก็ย้ายมาข้างเรา นึกไม่ถึงว่าแกจะเอาขาเราดันเข้าไปในผ้าห่ม แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาบนอกให้…วินาทีนั้นเราทำตัวไม่ถูก ตั้งแต่จำความได้พ่อแม่เรายังไม่เคยช่วยห่มผ้าให้เราเลยด้วยซ้ำ

วันต่อมาเราไม่ได้พูดถึงเรื่องย้ายบ้าน เพราะเพิ่งแต่งงานหมาด ๆ จะพูดถึงเรื่องย้ายออกเราก็รู้สึกว่าจะเสียมารยาท แถมวันที่ 2, 3, 4 ทุกคืนแม่สามีจะแอบเข้ามาในห้องพวกเราแล้วก็ห่มผ้าห่มให้ เช้าตรู่แม่สามีก็จะไปซื้อกับข้าวกลับมา ทุกวันทำแต่อาหารจานโปรดของเรา เรารู้สึกว่าแกไม่เลว เราก็เริ่มชอบแกเสียแล้ว ในที่สุดเราก็ทนไม่ไหวถามสามีว่า ทำไมแม่สามีต้องเข้ามาห่มผ้าให้พวกเราทุกวัน?

สามีบอกว่า ตอนเด็ก ๆ พี่สาวของเขาชอบถีบผ้าห่ม หลังจากกล่อมพวกเรานอนหลับแล้วแม่ก็จะออกไปเดท ตอนนั้นแกอยากหาสามีใหม่ที่มีเงิน บางทีตี 3 ถึงกลับบ้าน หรือไม่กลับเลยก็มี ปรากฏว่าพี่สาวเขาที่ชอบถีบผ้าห่มเป็นไข้หวัดหนัก แล้วเรื้อรังกลายเป็นหอบหืด แม่ก็โทษตัวเอง จากนั้นก็ไม่เคยคบกับใครอีกเลย แถมทุกคืนกลางดึกก็จะตื่นไปห่มผ้าให้พี่สาว พอพี่สาวแต่งงานไป ก็เปลี่ยนมาห่มให้เขาแทน ตอนนี้เขาแต่งงานแล้วก็เลยมาห่มให้สะใภ้ด้วย…

สามีเล่าว่า : บางทีตอนที่แม่ของเขามา เขายังไม่หลับ ก็ต้องแสร้งยื่นเท้ายื่นมือไปนอกผ้าห่ม….
ฟังถึงตรงนี้ เราก็รู้สึกว่า : แกคิดว่าฉันเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของแกไปแล้ว…
มีเสียงแม่สามีลอยออกมาจากในครัว : เซิน (สามี) ถามหงส์สิว่าวันนี้อยากกินอะไร อยากกินจืด ๆ หรือรสจัดๆ?
เราเดินไปหน้าประตูครัว แล้วตอบแก : แม่คะ หนูอยากกินรสจัด ๆ หน่อยค่ะ
แม่สามีหันมามองเราด้วยแววตาเอ็นดูแล้วยิ้มให้ ก่อนจะหันไปล้างผักต่อ ไม่รู้ทำไมวันนั้นเราถึงรู้สึกว่าเสียงน้ำล้างผักเพราะจัง

นับจากวันนั้นเราก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องย้ายออกไปอยู่ข้างนอกอีกเลย ผ่านไปประมาณเดือนกว่าสามีก็มาสารภาพว่า จริง ๆ แล้วเขาไม่เคยคิดจะซื้อบ้านเลย เพราะเขาปล่อยให้แม่แก่ ๆ อยู่บ้านคนเดียวแบบเหงา ๆ ไม่ได้…

การเอาใจเขามาใส่ใจเรา แม่สามีก็อยากอยู่ใกล้ ๆ กับลูกชายของเขา คุณก็แค่ต้องรักแกเหมือนแกเป็นพ่อแม่แท้ ๆ คนแก่ทุกคนล้วนอยากให้ลูกหลานมาอยู่ข้าง ๆ ด้วยกันทั้งนั้น

คุณรักสามีก็ต้องรักทั้งหมดที่เป็นเขา แล้วทุกอย่างก็จะเป็นไปในทางที่ดี
ที่มา: Liekr

สาวใจเด็ด! อนุญาตให้แฟนหนุ่ม เที่ยวหญิงได้ พร้อมจัดPRให้พร้อม ก่อนเอ่ยเหตุผลสุดประทับใจ ทำเอาชาวเน็ต ถูกใจกันเป็นแถว!

0

เรียกได้ว่าวันนี้เป็นช่วงเทศกาลสำคัญที่ทุกคนนั้นรอคอยกันเกือบแทบทุกคน บางคนนั้นก็อยู่เคาท์ดาวน์กับคนที่รัก เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง รวมไปถึงคนรัก แต่ต้องยอมรับเลยว่า ก็ต้องมีบางคนที่ต้องการที่จะไปฉลองเทศกาลต่างๆนี้กับเพื่อนฝูงตามภาษาคนรักเพื่อนนั้นเอง ซึ่งนั้นก็เป็นเรื่องที่จำเป็นๆอย่างมากที่จะต้องขออนุญาตทุกคนที่รัก เพื่อให้เขาหรือเธอนั้นไม่น้อยใจนั้นเอง บางคนนั้นก็ไม่อนุญาตด้วยเหตุผล ต่างๆนานา แต่สาวคนที่เราจะมานำเสนอกันในวันนี้ เธอนั้นมีเหตุผลที่ฟังขึ้น และเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

โดยเรื่องราวนี้มาจากสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ได้โพสต์รูปภาพพร้อมเนื้อหาข้อความระบุว่า “เวลา ผัวไปเท่ว. เรียกPR มา ให้ผัว มา. เต้นยั่วเต้นนัวกัน.เพื่อนงง มึงเก่งจัง ก้อ พีอาเค้าก้อมาทำหน้าที่. เราเรียกมาเค้าก้อเต็มที่ กับงานเค้า ! ป่ะ. เพื่อน ถามว่า. ทำไมทำใจได้. ทำไมทนได้. ทำไมมั่นใจ ว่าจะไม่นอกใจ. ก้อกุปล่อยแล้วกุเต็มที่แล้ว อยากทิ้งกุทิ้งเรยในตอนที่กูยังตึงๆยังสาวๆ และอีกข้อ รักมากไงเรยลืมหมด.. แต่ก่อนทำใจไม่ได้เรย. และก้อ.. เชื่อว่าทำต่อน่าดีกว่าทำลับหลัง. เพาะยุกันมาเข้าปีที่14. นางไม่เคยเกเร. มีเราคนเดียว. อีกอย่าง เพราะเป็นเมียที่ไม่ชอบการเซอร์ไพรส์ จะทำไรทำเรยทำต่อน่า ถ้าไม่เกินเรย. เราไม่ว่า ถ้าออกนอกกรอบ นอกเกม ให้มาขอ. มาบอก ให้รุ้. อย่าให้รู้เองแค่นั้น… ผัวบอกว่า สมัยนี้นะแหม่ม’ผุชายเหลือน้อยผู้หญิงมีเยอะ. แบ่งๆกันใช้. ไม่เป็นไร. คำพูดแม่งโคตรเท่ (เรย_าด)

ยุกันมานานมาก14ปีแล้วกัวเค้าเบื่อ. เพราะกินด้วยกัน. นอนเอากัน ยุด้วยกัน. ตัวติดกันยุตลอด ครามสุขเล็กๆน้อยๆเค้าทำงานมาเหนื่อย แค่อยากให้ได้ผ่อนคลาย. พักสมอง.แค่นั้น. เพราะสุดท้ายแล้ว เค้าก้อกับบ้านกับกู. มาเอากู ยุดี เว้นแต่กูไม่ได้ไปนะ คู่อื่นเปนไงไม่รู้ แต่คู่เรา. น่าที่การงานผัวหนักมาก ภาระเยอะมาก.ๆ สมองไม่เคยว่างเรยในแต่ล่ะวัน เราเรยปล่อยบ้าง และเราคิดเสมอนะว่า

-ผัวคือสมบัติ ของกุ

-ร่างกายมันเป็นของกู

-สังขารมันเป็นของกู

-ชีวิตมันเป็นของกู

-จิตวิญญาณมันเป็นของกู…. ดู ขนลุกหน่อยแต่คิดงี่จิงๆ.กล้าขอกล้าให้. กุใจเปนแม่น้ำ. จากภาพก้อน่าจะรุ้. นางรักใครมากกว่า. กอดกู. หอมน้องเค้าเรยผี”

รูปภาพจากโพสต์ดังงกล่าว

ความคิดเห็นชาวเน็ต

ขอขอบคุณที่มาจาก : tdmodelclub,Mam Kingq

อยากดูดก็ดูดไป…กลัวที่ใหน “6 วิธีลบรอยดูด-รอยแดงที่คอ” ให้จางลงอย่างรวดเร็ว !!!

0

วันนี้มีเรื่องอยากจะเอามาเล่าให้ฟัง เรื่องแบบนี้อย่าคิดว่าไกลตัวนะจ๊ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ ก็อาจเคยเจอปัญหาแบบที่ว่ามา ในบางขณะที่ความรักกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ใครจะไปทันคิดว่า การมอบความรักให้คู่ของคุณอาจรุนแรงจนทิ้งรอยจ้ำแดงไว้แสดงความเป็นเจ้าของให้คนอื่นได้เห็นแบบไม่ได้ตั้งใจซะอย่างงั้น แต่วันนี้เรามี วิธีลบรอยจูบ หรือ รอยจ้ำแดงที่คอ ให้จางลงอย่างรวดเร็ว มาดูวิธีกันเลย

1.ใช้ความเย็นประคบ ไม่ว่าจะใช้ Icepack หรือว่าช้อนที่แช่เย็นไว้ก็ได้ นำมาประคบบริเวณที่เป็น รอยจ้ำแดงที่คอ หรือง่ายที่สุดก็เอาน้ำแข็งก้อนห่อด้วยผ้าขนหนูแล้วนำมาประคบก็ได้ ประมาณ 3 นาที

2.ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มๆ ค่อยๆแปรงเบาๆบริเวณที่เป็นจ้ำแดง ย้ำว่าเบาๆนะคะ เพื่อเป็นการบรรเทาเลือดที่คั่งบริเวณนั้นให้จางลง

3.ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของเปปเปอร์มิ้นต์ ทาทิ้งไว้ ความเย็นจะช่วยบรรเทารอยแดงได้

4.หลีกเลี่ยงการใช้มือนวดบริเวณนั้น เพราะอาจทำให้เกิดรอยชัดขึ้น

5.ปล่อยให้บริเวณจ้ำแดงได้ฟื้นตัวด้วยตัวเอง อย่าลืมว่า การเกิดรอยฟกช้ำ หรือรอยจ้ำแดง นับเป็นอาการบาดเจ็บอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาในการรักษานิดนึงนะคะ (คราวหน้าก็กระซิบคุณแฟนให้เบาๆ นิดนึงแล้วกัน)

6.สุดท้าย สาวๆอย่างเรายังโชคดีที่มี รองพื้นและคอนซีลเลอร์เป็นตัวช่วยอีกทาง

 

ขอบคุณที่มา www.raksanook.com

เปิดคลิปวินาทีชีวิต! สาวไลฟ์สด อกหักดื่มเบียร์ย้อมใจ ก่อนคิดสั้น กระโดดลงแม่น้ำกลางสะพานพระรามแปด (มีคลิป)

0

เพจเฟซบุ๊กRed Skull Team โพสต์คลิปภาพเหตุการณ์หญิงสาวรายหนึ่ง มีลักษณะคล้ายอาการมึนเมา วางสิ่งของเครื่องใช้อยู่บนสะพานพระราม8 จากนั้นก็ปีนขึ้นไปบนราวสะพาน โดยที่หญิงสาวให้คนขับจักรยานยนต์รับจ้างถือโทรศัพท์พร้อมไลฟสดเหตุการณ์ไปด้วย

ข้อความที่โพสต์ระบุว่า “ไลฟ์สดอยู่ดีๆกระโดดลงไปเลย แล้วผู้ชายที่มาช่วยไลฟ์ให้เป็นใคร ทำไมไม่ห้าม เหตุเกิดเมื่อคืนนี้ตี2 สะพานพระราม8 จ้างมอไซค์มาส่งให้ช่วยถ่ายไลฟ์สดให้ จู่กระโดดลงสะพานเลย”

ต่อมา ทีมข่าวทำการตรวจสอบ ก็ทราบว่า เหตุกาณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ประมาณ2นาฬิกา จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุพบเอกสารระบุตัวตน เป็นหญิงสาว อายุ18ปี ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดระนอง โดยวางสิ่งของต่างๆไว้บนสะพาน ขณะที่กระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แรงมาก เจ้าหน้าที่ไม่สามารถลงไปค้นหาได้ ทำให้จนถึงเวลานี้ ยังไม่ทราบชะตากรรมว่า หญิงสาววัยรุ่นรายนี้ เป็นอย่างไร

ล่าสุด ทีมข่าวสามารถติดต่อคนขับจักรยานยนต์รับจ้างได้แล้ว เล่าเหตุการณ์ให้ทีมข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า รับหญิงสาวจากย่านลาดพร้าว โดยหญิงสาวให้มาส่งแถวสะพานพระราม 8 มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มา 1 ขวด ระหว่างทางก็ร้องไห้ พร่ำเพ้อถึงแฟน ซึ่งวินมอเตอร์ไซค์ ก็รับฟัง มาเรื่อยๆ จนถึงสะพานพระราม 8 น้องผู้หญิงบอกให้จอด และบอกวินมอเตอร์ไซด์ว่า จะให้เพิ่มอีก 500 บาท ให้วินอยู่เป็นเพื่อน ก่อนที่น้องผู้หญิงจะทำท่า จะกระโดด วินเลยถามว่า “จะกระโดดเปล่า” น้องผู้หญิงตอบว่า “หนูไม่โดด หนูว่ายน้ำไม่เป็น” แล้วให้วินเปิดเพลง พร้อมไลฟ์เฟซบุ๊ก และถามว่า มียอดคนดูกี่คนแล้ว ตอนนั้น ก็ไม่เอะใจอะไรว่าน้องจะฆ่าตัวตาย แต่ไม่ทันใด น้องผู้หญิงก็กระโดดตกลงไปในน้ำ

อย่างไรก็ตาม วินจักรยานยนต์จะเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงบ่าย พร้อมกับนำญาติของหญิงสาวรายนี้มาให้ปากคำด้วย

มีคลิป

ขอบคุณ ไบรท์ ทีวี, Red Skull Team

เด็กวัย 16 วาดรูปในห้องจนโดนครูด่า “เสียใจแทนพ่อแม่” แต่พอเห็นสิ่งที่เขาวาดถึงกับพูดไม่ออก!

0

ในสังคมสมัยนี้ “สังคมที่กำหนดคุณค่าของเด็กจากผลการเรียน” มี “เด็กไม่ดีในสายตาครู” ใช้ปากกาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น

 

Deng Lingyun ในวัย 16 ชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากฐานะทางบ้านที่ยากจน เขาจึงไม่มีโอกาสได้รับการสอนโดยมืออาชีพ ได้แต่ฝึกฝนด้วยตัวเอง ฝึก ฝึก ฝึกไม่หยุด โดยใช้ดินสอที่มีที่บ้าน แล้วก็วาด วาด วาด

แม้แต่เวลาเรียนเขาก็จะวาด วาดจนหลงเข้าไปในรูป แม้แต่ตอนพักกลางวัน กินข้าว พักบ่ายก็ไม่หยุดวาด คุณครูเห็นเขาวาดรูปทั้งวัน ก็บอกว่า “วาดไร้สาระ” แล้วก็ด่าเขาว่า “เสียใจแทนพ่อแม่จริงๆ เด็กไม่ดี”

แต่พอผู้เชี่ยวชาญเห็นผลงานของเขา ก็อดชื่นชมไม่ได้ : “รายละเอียดแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานที่สดใส แสงและเงา การเขียนและเทคนิคที่ยอดเยี่ยม”

ที่สำคัญก็คือ สิ่งที่เขาใช้ก็แค่ปากกาลูกลื่นราคาไม่กี่บาทที่ทุกบ้านมี

แม้ว่าผู้ใหญ่จะดูถูกเขา แต่ทุกคนที่ได้เห็นผลงาน ก็จะตกตะลึง เหมือนคนในภาพจ้องมองกลับมาได้

▲ Angela baby

▲Morgan Freeman

เขาใช้ปากกาลูกลื่นวาดภาพเหมือนออกมา ทุกภาพเหมือนมีชีวิตอยู่จริง Cheng Zheng Xing อาจารย์ศิลปะมีชื่อท่านนึงถึงกับชื่นชมว่า : “ภาพที่วาดออกมาเหมือนภาพถ่ายมาก ในประเทศมีคนที่ใช้ปากกาลูกลื่นวาดภาพเหมือนได้น้อยมาก ยิ่งความสามารถระดับ Deng Lingyun ยิ่งหายากมาก”

ผลงานของ Deng Lingyun ค่อยๆมีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ เขายังคงฝึกพัฒนาทักษะการวาดของเขาไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่าการวาดรูปเป็น “เรื่องไร้สาระ” แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ กล้าที่จะทำตามความฝันของตัวเอง Deng Lingyun เล่าว่า ตัวเองจะพยายามต่อไป อีกหน่อยก็จะสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยศิลปะ

เรื่องราวของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้คนมากมาย ทำให้ได้รู้ว่าบนโลกนี้ไม่ได้เป็นโลกสำหรับคนเรียนเก่งเท่านั้น

แม้ว่าจะไม่ได้รับการสอนแต่ก็สามารถวาดผลงานออกมาได้ขนาดนี้ เชื่อว่าถ้าในอนาคตเขาได้รับการชี้แนะโดยครูผู้เชี่ยวชาญ จะต้องโดดเด่นกว่านี้อีกแน่นอน

 

ขอบคุณที่มา www.liekr.com

ร่ำไห้แทบขาดใจ! อดีตผู้กองทหารพราน เห็นหมาเห่าผิดสังเกต ชวนลูกออกไปดู เจอจังๆ ยืนประชันหน้า ตะโกนสุดเสียง หนีไปลูก ก่อนรู้สาเหตุ อันตรายระวังให้มาก!

0

ร่ำไห้แทบขาดใจ! อดีตผู้กองทหารพราน เห็นหมาเห่าผิดสังเกต ชวนลูกออกไปดู เจอจังๆ ยืนประชันหน้า ตะโกนสุดเสียง หนีไปลูก ก่อนรู้สาเหตุ อันตรายระวังให้มาก!เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับผีใหม่ นายพีรณัฐ รัตนวรโอภาสนายอำเภอโป่งน้ำร้อนได้รับแจ้งจาก ชาวบ้าน บ้านทุ่งกร่าง ม…

เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับผีใหม่ นายพีรณัฐ รัตนวรโอภาสนายอำเภอโป่งน้ำร้อนได้รับแจ้งจาก ชาวบ้าน บ้านทุ่งกร่าง ม.4 ต.ทับไทร ว่า มีคนถูกช้างป่าทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส นอภ.โป่งน้ำร้อน ได้สั่งการให้ ปลัดอำเภอ นำ อส. พร้อมประสาน กำนันตำบลทับไทร, เรือเอกวิระ คุณา ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธิน ฐานดงจิก, เขตฯ เขาสอยดาว, และกู้ภัยสว่างกตัญญูจุดโป่งน้ำร้อน ดำเนินการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ

โดยที่เกิดเหตุเป็นสวนผลไม้ห่างจากถนนสายจันทบุรี-สระแก้ว ม.4 ต.ทับไทร ประมาณ 3 กม. พบผู้บาดเจ็บ 2 รายทราบชื่อ นาวาตรีประภาส พรรณรัตน์ อายุ 59 ปีอดีตข้าราชการทหารพรานนาวิกโยธิน ข้าราชการบำนาญ อยู่บ้านเลขที่ 300 ม.3 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เบื้องต้นบาดเจ็บสาหัส และ เสียชีวิตขณะนำส่ง รพ.โป่งน้ำร้อน ส่วนอีกรายชื่อ นายอัครวัฒน์ พรรณรัตน์ อายุ 31 ปี 60/13 ม.13 ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้ตาย บาดเจ็บเล็กน้อยจากการเข้ายื้อแย่งร่างพ่อจากช้างป่าที่กำลังทำร้ายพ่ออยู่จนถูกช้างถีบกระเด็น

จากการสอบถามทราบว่า เวลาเกิดเหตุผู้ตายและลูกชายได้ยินสุนัขเห่าผิดสังเกต ผู้ตายจึงได้ชวนลูกชายเดินไปดูและฉายไฟส่องสว่างคาดว่าจะเป็นโจรมาขโมยลำไยในสวน โดยไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีช้างป่าเข้ามาประชิดเบื้องหน้า จึงตกใจออกคำสั่งลูกชายให้วิ่งแต่เพียงหันหลังจะออกตัววิ่งช้างป่าได้เข้ากระแทกร่างล้มลงพร้อมเอาหัวกระแทกลงไปที่ร่างและเตะสลับขาอีกหลายครั้ง

นายอัครวัฒน์ พรรณรัตน์ ได้เข้ามาผลักและยื้อแย่งร่างของผู้ตายในห้วงขาช้าง จนถูกช้างป่าถีบกระเด็นได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ซ้าย ก่อนช้างจะอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าไป ซึ่งต่อมานายอำเภอโป่งน้ำร้อน ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบพื้นที่พร้อม ตระเวนติดตามหาช้างดังกล่าวเพื่อแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ ที่กำลังฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เกรงจะมีเหตุซ้ำซ้อนเนื่องจากหลายคนน่าจะมีอาการมึนเมา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : siamvariety

เปิดตำนาน “งูยักษ์” แห่ง “จังหวัดกาญจนบุรี” ที่เขมือบทหารญี่ปุ่น 2 คน ในครั้งเดียว !!

0

หลายๆท่านอาจจะเคยได้ดูจากภาพยนต์ หรือ อาจจะเคยเห็นงูที่มีขนาดไหน จากต่างประเทศ หรือ จากที่ไหนก็ตามแต่ แต่คุณๆท่านๆรุ้หรือไม่ว่า ประเทศไทยก็เคยมีตำนานงูยักษ์เช่นกัน วันนี้เราขอเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ ตำนานงูยักษ์ แห่ง  “จังหวัดกาญจนบุรี”

เมื่อประมาณ ปีพ.ศ. 2485  ประเทศไทยตกอยู่ในสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีกองทัพญี่ปุ่นเข้ามาใน จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจำนวนมากเพื่อทำที่มั่นในการโจมตีทหารอเมริกันกันและพันธมิตรในเขตภาคพื้นเอเชีย ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าดงดิบหนาทึบทำให้ทาง กองทัพญี่ปุ่นเล็งเห็นถึงความปลอดภัยเพื่อการหลบลี้จากกองกำลังฝ่ายตรงข้าม

ทหารญี่ปุ่นโหดร้ายมากใช้เชลยศึกที่จับมาได้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควเพื่อให้รถไฟวิ่งผ่านลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ได้อย่างสะดวก ว่ากันว่าก่อนจะสร้างได้สำเร็จนั้น ต้องสังเวยชีวิตเชลยศึกไปร่วมหลายหมื่นคนจนมีคำพูดเปรียบเปรยว่า “หนึ่งไม้หมอนรถไฟแทนหนึ่งชีวิตที่เสีย” กันเลยทีเดียวหากมีโอกาสลองนับดูครับว่าเยอะแค่ไหน

มาถึงเรื่องหลักของเรากันบ้างครับ เรื่องตำนานงูยักษ์ที่เคยมีคนพูดถึง คุณลุงเล่าว่า สมัยนั้นทหารญี่ปุ่นได้ใช้ใจกลางป่าจ.กาญจนบุรีเป็นที่มั่นในการทำสงครามแน่นอนว่าต้องรุกล้ำเข้าไปในเขตของสัตว์ป่าที่อยู่ลึกจนแทบไม่เคยมีชาวบ้านคนใดเคยเข้าไปสำรวจมาก่อน ทั้งในถ้า ซอกหิน ต้นไม้ต่างๆนาๆถูกดัดแปลงทำเป็นป้อมปราการพร้อมรบ เมื่อตกกลางคืนก็ได้มีการจัดเวร
ยามออกลาดตะเวนรอบๆฐานที่มั่นแบ่งเป็นกะ 10-15 คน คอยออกลาดตะเวนทุกคืน แต่แล้วบางคืน กองลาดตะเวนก็กลับมาไม่ครบ หายไปทีละ 3-5 คน เมื่ออกค้นหาไม่พบจึงคิดว่าเป็นข้าศึกแอบลอบเข้ามาโจมตี จึงได้จัดเวรยามให้เข้มงวดขึ้นอีกเท่าตัว แต่แล้วก็เกิดเหคุการณ์เช่นนี้คือมีทหารหายไปแทบๆจะ 3คืน ต่อครั้ง จนผู้บังคับบัญชาทนไม่ไหว รุ่งเช้าจึงจัด กำลังหลายร้อยออกค้นหาทหารที่หายไป

จนในที่สุดก็ได้พบกับถ้ำแห่งหนึ่ง เป็นโพลงลึกมืดและบรรยากาศหนาวเย็น จึงส่งทหารจำนวนหนึ่งเข้าไปดู ระหว่างที่ส่งทหารเข้าไปนั้นฝ่ายที่เฝ้าดูอยู่ข้างนอกก็ได้ยินเสียงปืนขึ้น 1-2 ครั้ง จึงทำให้คิดว่าเจอข้าศึก จึงได้ส่งทหารอีกกลุ่มเข้าไปทันที ผ่านไปไม่กี่อึดใจ ทหารเหล่านั้นวิ่งกลับออกมาอย่างไม่คิดชีวิต พลางอุทานว่า “สัตว์ประหลาด” ผู้บังคับบัญชาและเหล่าทหารที่รออยู่ข้างนอกต่างพากันแตกตื่น ในที่สุดก็มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาว่าให้เอาระเบิดมาระเบิดถ้ำนี้ซะ
ระเบิดจำนวนมากถูกส่งมาระเบิดปากถ้ำปริศนาดังกล่าว โดยเริ่มกดชนวนระเบิดไล่ไปเรื่อยๆจั้งแต่ปากถ้ำ จนถึงภายในถ้ำ อย่างระมัดระวัง และแล้วภาพที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เผยอยู่ตรงหน้า  เมื่อพบกับ งูเหลือมขนาดใหญ่ยักษ์ มีความยาวหลายสิบเมตร ความกว้างขนาดคตู้กับข้าวที่อยู่ในครัว กำลังกระเสือกกระสนพาร่างอันสะบักสะบอม เลื้อยออกไปจากถ้ำ  ทหารญี่ปุ่นไม่รอช้าจัดการกระหน่ำยิงไม่ยั้งไปยังงูยักษ์ต้นเหตุของการหายตัวไปของเหล่าทหารลาดตะเวน ก่อนที่ มันจะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น ทางทหารก็ได้หั่นเนื้อของงูยักษ์ออกเป็นชิ้นๆเพื่อความสะใจ ละเป็นการล้างแค้นให้กับผู้ที่ถูกมันคร่าชีวิตไปอย่างสาสม

หลังจากเหล่าทหารสำรวจถ้ำโดยละเอียดแล้วก็พบว่ามีโครงกระดูกเป็นจำนวนมากไม่ต่ำกว่าหลักร้อย ทั้งคนและสัตว์ใหญ่ เรื่องราวทั้งหมดจึงเป็นเรื่องเล่าสืบทอดกันมาอย่างยาวนานจนปัจจุบันที่จังหวัด กาญจนบุรี

คุณลุงได้เล่าเพิ่มว่าเรื่องดังกล่าวก็ได้ยินเล่า ปากต่อปากมาเหมือนกันยืนยันว่าเป็นเรืองจริงแต่ข้อมูลบางอย่างอาจผิดเพี้ยนไปบ้างตามคนเล่าต่อกันมา  เมื่อมีนักท่องเที่ยวทราบว่าคุณลุงเป็นคนพื้นที่ ก็มักจะถามเรื่องนี้อยู่ตลอด

ที่มา: upyim

นึกว่าโทรศัพท์เสีย!! ลูกไม่กลับบ้านปีใหม่.. แม่เฒ่าเอาไปให้ช่างซ่อม! “พอช่างพูดคำนี้” น้ำตาไหลทันที!!!

0

ปีใหม่นี้อย่าลืมไปหา‬ ‘พ่อแม่’ กันบ้างนะครับ พวกเค้าอาจรอคุณอยู่ . . .

ลูกผู้อื่นเขาผุฮู้ ลูกกูเขาผุหน่าย

ลูกผุอื่นมาล่ายล่าย มีเงินใช้ได้รถแพง

ลูกของกูบ่เว้าแกล้ง เอาเงินแต่งตั้งแต่โต

บัดเผิ่นโงมาเฮือน บอกเงินเดือนบ่พอใช้

เงินจักแดงบ่เคยให้ ไล่หาฆ่าเป็ดไก่

กูอุตสาเลี้ยงเอาใว้ มันไล่ฆ่าพาหมู่กิน

เทศกาลผ่านพ้นสิ้น สิกลับถิ่นทำงาน

มันคือหาญขอเงิน คือส่างเกินลูกไทบ้าน….แท้น้อ

“เมือบ้านปีใหม่อย่าให้เลาจ่มจั่งชี่เด้อ”

ยายแก่ๆ คนหนึ่ง

นำโทรศัพท์ไปให้ร้านซ่อม

แกบอกว่า…”มันคงเสียจ้ะ”

ช่างรับไปตรวจดูแล้วบอกว่า

“ไม่เสียนี่ครับ คุณยาย”

แกรับโทรศัพท์กลับคืนมา

พร้อมกับ น้ำตา ที่ค่อยๆไหล

แกพูดเศร้าๆ กับช่างว่า..

แล้วทำไม

ลูกยายถึงไม่เคยโทรมาเลย

#หนุ่มเผยมิติใหม่แห่งการทวงตังค์ เพื่อนๆถึงกับรีบโอนคืนแทบไม่ทัน!!

0

แห่แชร์กันสนั่นโลกออนไลน์เลยจ้าาาาาาา เมื่อเฟซบุ๊ก Elle Ratihanglaได้ออกมาเผยมิติใหม่แห่งการทวงหนี้จากเพื่อนๆที่เห็นแล้วบอกเลยว่าเจ้าตัวแทบจะพุ่งตัวมาคืนเงินไม่ทันเลยทีเดียว อิอิ โดยเจ้าของโพสต์ได้ตั้งแคปชั่นไว้อย่างน่ารักๆว่า อย่าต้องให้ทวงบ่อย อย่าต้องให้ถึงขั้นใส่อีโม่งไปทวงหน้าบ้าน ไม่พูดเยอะละ เจ็บคอ55555555555555555บอกเลยว่างานนี้รับรองได้หนี้กลับครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอน ส่วนวิธีการของเค้าจะเป็นอย่างไร ตามไปชมกันได้เลยจ้า

ขอบคุณภาพจากigdaraElle Ratihangla

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา www.kidzii.com

หลงกลหนูน้อยซ่ะแล้ว!!! เมื่อคุณยายจ่ายแบงค์100 แต่เจ้าของร้านกลับบอกว่าให้มาแค่ 50 หลานจึงหลุดปากว่า นั่นมันแบงค์ปลอม!!!

0

เป็นเรื่องราวที่แชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์ต่อจากนี้ เกิดขึ้นที่ต่างประเทศ เมื่อมีเจ้าของร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ได้โทรแจ้งตำรวจว่า เมื่อตำรวจมาถึงก็พูดว่า “มาๆคะ คุณตำรวจมาดูนี่ คุณยายคนนี้เอาแบงค์ปลอมมาซื้อของ ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปนั้น แต่โดนฉันจับได้เสียก่อน”เจ้าของร้านจับคอเสื้อคุณยายไว้แน่น

ตำรวจ :”แบงค์ปลอม คุณดูออกได้อย่างไรครับ? ตอนนี้แบงค์นั้นอยู่ที่ใคร?”
เจ้าของร้าน :”แบงค์ปลอมนั้นอยู่ในกล่องเก็บเงินของฉัน ไม่ใช่ฉันเป็นคนตรวจสอบหรอก แต่เป็นหลานของคุณยายคนนี้พูดขึ้นมา”

ตำรวจ:”คุณยายครับ เรื่องนี้มันยังไงครับ? แบงค์ปลอมที่ว่านี้ไปเอามาจากไหนครับ?”

คุณยายตอบอย่างโมโหว่า :”ฉันเอาแบงค์เงินมาซื้อโค้กให้หลาน นั้นเป็นเงินจริงนะ แต่เจ้าของร้านกลับถอนเงินให้แค่ 45 เหรียญ ทั้งที่ฉันให้เงินไป 100 เหรียญ เจ้าของร้านยังบอกอีกว่าฉันให้แค่ 50 เหรียญเท่านั้น”
เจ้าของร้าน : “ก็หลานของยายบอกเองว่า พ่อของเขาให้เงินแบงค์ปลอมเพื่อมาซื้อของ คุณยายก็คงได้ยินแบบนี้ใช่ไหมละ?”

ตำรวจ : “หนูรู้ได้อย่างไงว่าเป็นแบงค์ปลอม?”

หลานสาว : “เงินที่คุณยายเอามาน่าจะเป็นของปลอม เพราะเมื่อคืนเห็นคุณพ่อวางแบงค์ปลอมที่เล่นด้วยกันไว้บนโต๊ะ”

ตำรวจจึงบอกให้เจ้าของร้านเอาแบงค์ปลอมที่ว่าออกมาดู เจ้าของร้านก็เปิดตู้เก็บเงินแล้วเอาออกมาดู

ตำรวจ : “หากหาเจอจะรู้ได้อย่างไรว่าแบงค์ไหนเป็นของคุณยาย? คุณยายสามารถยืนยันได้ไหมว่าใบไหน?”

คุณยายตอบ :”ได้สิ”

ตำรวจ :”ผมของถามเจ้าของร้านหน่อยนะครับว่า ทำไมในตอนแรกถึงบอกว่าแบงค์เงินที่คุณยายนำมาซื้อไม่ใช่ 100 เหรียญ แต่พอตำรวจมา ทำไมจึงกลับคำบอกว่าเป็นแบงค์ 100 ละ?์”

เจ้าของร้าน : “สงสัย…..เออ…..อาจเป็นเพราะฉันจำผิดไปก็ได้”

หลังจากนำเงินแบงค์ 100 เหรียญใบนั้นไปที่ธนาคารเพื่อตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นแบงค์จริง

ทั้งเจ้าของร้านและคุณยายก็ตกใจมาก หลังจากนั้นทุกคนก็หันหน้าไปทางเดียวกัน นั้นคือมองไปที่หลานสาว

หลานสาวพูดว่า : “หนูเห็นว่าคุณยายเอาเงินแบงค์ 100 เหรียญ เพื่อซื้อโค้กจริงๆนะคะ คุณยายยื่นเงินให้เจ้าของร้าน จากนั้นเธอก็หยอดลงตู้เก็บเงิน แล้วก็พูดว่าเราให้เงิน 50 เหรียญ ทันใดนั้น หนูก็นึกถึงเรื่องที่พ่อสอนเมื่อคืนได้ จึงได้บอกว่านั้นเป็นแบงค์ปลอม เพื่อให้เจ้าของร้านแจ้งความ เพื่อจะเอาเงิินแบงค์ 100 เหรียญขึ้นมายืิินยันว่า คุณยายของหนูเอาแบงค์ 100 เหรียญมาจ่ายจริงๆ!”

เรื่องนี้ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนตระหนักว่า อย่าคิดไม่ซื่อกับเด็กเล็ก และคนชรา เจ้าของร้านกลับถูกหลอกซะเอง แบบนี้จะทำมาค้าขายได้อย่างไรละ?

มันต้องใช่แน่ๆ!! หนุ่มจับได้รางวัลใหญ่ดูยังไง้ ยังไง มันก็ต้องเป็นพัดลมแน่ๆ!! แต่พอแกาะออกดู… พีคจนน้ำตาไหล!?? (มีภาพ)

0

ปีเก่าก็ผ่านไปแล้ว สิ่งที่คู่กับปีใหม่ก็คงเป็นของขวัญนี่แหละเนาะ แต่ละคนคงสมหวังที่ได้ของขวัญชิ้นใหญ่ บางคนก็เฟลนิดๆ เพราะของขวัญที่ได้มาไม่คุ้มค่ากับที่เสียไปเลยแม้แต่น้อย แต่มันยังมีเฟลและพีคกว่านั้น ถ้าคุณได้รับของขวัญมาซึ่งดูจากการห่อแล้ว มันต้องบอกได้แน่นอนว่าคืออะไร แต่พอแกะออกมา ก็อาจจะทำน้ำตาร่วงได้เหมือนกัน

ล่าสุดเฟซบุ๊ก ศิวพงษ์ เหมวงศ์ ได้โพสต์ของขวัญรางวัลใหญ่สุดพีค ที่ดูยังไง มันก็ต้องเป็นพัดลมอย่างแน่นอน แต่ที่ไหนได้ แอดไม่อยากจิบรรยายเลย

ดูยังไง้ยังไง มันก้ต้องเป็นพัดลม 100 เปอร์เซ็น

หลังจากที่แกะออกมา

เอิ่ม…..ทำพิธีมอบซักหน่อย โฟกัสที่รอยยิ้ม

แล้วเพื่อนๆหละ ปีใหม่นี้ได้อะไรกันบ้าง อย่างไรก็ตามการจับสลากแลกของขวัญกันก้เป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมา ไม่ว่าเราจะได้อะไรมามันก็คือสิ่งของที่ให้มาจากใจ เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยมิตภาพ…อย่าถามนะปีนี้แอดได้อะไร เดี๋ยวจะพากันอิจฉาซะเปล่า อิอิ

ขอขอบคุณ เฟซบุ๊ก ศิวพงษ์ เหมวงศ์

มาอีกเเล้ว 23 รูป ที่ดูเเล้ว “ฮาลิ้นเเข็ง” เเน่ๆ

0

เราได้รวบรวมมาใหม่เเล้วรับรองดูเเล้วฮาเเตกเเน่นอนคร้าาา

หูฟัง Gucci ก็มา

ระวังเสื้อเเตกนะจร๊ะเพื่อนๆ55

มีความใหญ่มาก

เมื่อโคลอี้ นางกอดเเฟน 55

เหมือนกลัวลูกเทนนิส ยังไงยังงั้น55

เครื่องคิดเลขมาเป็นโหล เลยค่ะงานนี้

ถ้าจะอ้อมโลกซ่ะขนาดนี้นะ GPS เอ้ยย

สนใจตุ๊กตาตัวนี้ไหมค้ะ

มาเป็นเเถวเลยค่ะงานนี้

เมื่อนางหัดขับรถ

นี่คือนางสักมาหรอหรือยังไง55

อาวุธครบมือค่ะ ค่ะพี่น้อง55

สัตว์เลี้ยงสุดโปรดของ คุณลุง

เดี่ยวน่ะ เเถมหลอดมาได้ไง55

เมื่อเพื่อน “ยังไม่ได้นอน” จนจะ 10 โมงเช้า

มนุษย์สินะ เเหม่55

เล่นระวังหน่อยสิค่ะ เจ้านี่หน้าเปื้อนหมดเเล้ว

เจอกองล้างจานเเบบนี้เป็นเราก็ไม่ต่างกัน55

ความสะอาดมีอยู่ ทุกคนนะ

อันนีโครตพีค เปิดมามีหัวเราะเเน่ๆ55

นะค้ะอย่างเดียวก้อย่างเดียว

ห้ามหนูไม่ได้หรอก55

 

ขอบคุณที่มา sumhua.com